The Trapped 13: How We Survived The Thai Cave (2022) 13 หมูป่า: เรื่องเล่าจากในถ้ำ

The Trapped 13: How We Survived The Thai Cave (2022) 13 หมูป่า: เรื่องเล่าจากในถ้ำ

สมาชิกทีมฟุตบอลเยาวชนหมูป่าร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ติดถ้ำหลวงในปี 2018 และเรื่องราวการต่อสู้ดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอด ในผลงานสารคดีชวนติดตาม

พากย์ไทย
ตัวเล่นหลัก

ตัวอย่าง

รีวิว / สปอยหนัง

สารคดีเรื่องนี้นับเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ทำออกมาได้ดี และได้เข้าใจมุมมองของผู้ประสบภัยมากยิ่งขึ้น เพราะอย่างที่รู้กันว่ามีคนในสังคมมากมายหลายคนที่ตั้งอคติว่าเด็กพวกนี้สร้างความเดือดร้อน แต่กลับได้รับการปฏิบัติอย่างดีจนเกินไป ทว่าสารคดีนี้จะให้เราได้เห็นมุมมองของเด็กๆ แบบชัดเจน และก็ทำให้เราได้รู้ว่า ตัวของเด็กและโค้ชเอง ก็ไม่มีใครอยากให้เกิดเรื่องเหล่านี้ขึ้น ทุกอย่างเป็นเพียงอุบัติเหตุเท่านั้น และที่เรื่องมันบานปลายจนกลายเป็นใหญ่โตนั้นมันก็เกิดขึ้นเอง เพราะด้วยกระแสสังคมและกระแสข่าว จึงไม่แปลกที่จะมีคนหลายส่วนที่อยากมาหาแสงให้ตัวเอง หรือไม่ก็เอ็นดูเด็กเหล่านี้จนมายื่นมือเข้าช่วยเหลือ ซึ่งหากมองในทางกลับกันหากเราเป็นตัวผู้ประสบภัยเอง และเจอกับเหตุการณ์แบบนี้หลังออกมา บางคนก็อาจไม่กล้าปฏิเสธอะไร แถมอย่าลืมว่าพวกเขาเหล่านี้เป็นเพียงเด็ก แถมยังเป็นเด็กต่างจังหวัดที่ไม่กล้าจะพูดอะไรมากมาย จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะออกมาเป็นเช่นนี้

สิ่งที่น่าสนใจคือเขาจะพาเราไปดูว่าเหตุการณ์ในถ้ำนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง โดยจะไล่ไปทีละวันตั้งแต่วันแรก ให้เราได้เห็นว่าวันแรกๆ เด็กๆ ก็ยังไม่ได้ตกใจอะไรมากมาย เพราะคิดว่าเดี๋ยวน้ำลดก็คงออกได้ อาจจะติดแค่วันหรือสองวัน แต่ไปๆ มาๆ มันกลับไม่ได้เป็นเช่นนั้น พอเวลาเริ่มผ่านไปหลายวัน เด็กๆ ก็เริ่มที่จะร้อนรนและสิ้นหวัง ซึ่งในความโชคร้ายยังมีความโชคดีที่มีโค้ชเอกเข้าไปด้วย จึงพอที่จะควบคุมสถานการณ์ได้เพราะเด็กๆ ทุกคนนับถือโค้ชเอก และเด็กๆ ก็เอาความหวังไปผูกไว้กับโค้ชเอก ทุกอย่างมันเลยสงบลงได้ หากลองคิดเล่นๆ ดูว่า ถ้าเกิดเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ใช่เด็กๆ และโค้ช ทุกอย่างอาจแย่ยิ่งกว่านี้ เพราะหากเป็นผู้ใหญ่ด้วยกันทั้งหมด ผมมั่นใจได้เลยว่าต้องมีการทะเลาะเบาะแว้งจนอาจถึงขั้นสังหารกันด้วยความหิวโหย นับว่าเป็นเรื่องบังเอิญที่โชคดีมากๆ ที่สิ่งเหล่านั้นไม่เกิดขึ้น

นอกจากนำเสนอมุมมองที่ทำให้ผู้ชมได้ขบคิดมากขึ้นแล้วนั้น สารคดียังมีดีในเรื่องงานสร้างและการลำดับเหตุการณ์อีกด้วย โดยจะตัดสลับระหว่างบทสัมภาษณ์กับภาพจำลองเหตุการณ์ เพื่อให้ผู้ชมได้เห็นภาพชัดเจนมากขึ้น ซึ่งนับเป็นเทคนิคที่ดีและเป็นส่วนที่สามารถดึงดูดผู้ชมเอาไว้ได้ งานภาพและมุมกล้องต่างๆ ทำออกมาได้ยอดเยี่ยม การจัดแสงตอนสัมภาษณ์ที่ให้สว่างพอแค่เห็นหน้าและยังคงความมืดเอาไว้ก็ช่วยสร้างบรรยากาศได้เป็นอย่างดี ทำให้ทั้งภาพจำลองเหตุการณ์และบทสัมภาษณ์ดูกลมกลืนกัน พร้อมกับการใส่เสียงประกอบเพียงน้อยนิดและให้เราได้ยินแต่เสียงสัมภาษณ์เป็นหลักก็ช่วยสร้างบรรยากาศที่จริงจังได้ แถมในตอนจบที่จอบได้ดีด้วยคำพูดของเด็กๆ ที่บอกว่า หลังจากนี้พวกเขาทำอะไรไม่ได้แล้ว นอกจากทำตัวเป็นเด็กดี เพราะทุกคนลงทุนลงแรงกันอย่างมากเพื่อให้พวกเขารอดออกมา บวกกับความรู้สึกผิดที่เด็กๆ รู้ว่าจ่าแซมได้เสียชีวิตเพราะมาช่วยพวกเขา พวกเขาจึงทำอย่างเดียวคือใช้ชีวิตให้ดี ดังนั้น จึงไม่อยากให้ทุกคนตั้งอคติกับเด็กๆ มากเกินไป มันเป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิด ควรให้อภัยและให้กำลังใจกันมากกว่า

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *