The Witch: Part 2 – The Other One (2022) แม่มดมือสังหาร

The Witch: Part 2 – The Other One (2022) แม่มดมือสังหาร

เด็กสาวลึกลับคนหนึ่งที่รอดชีวิต และหนีออกมาได้จากการบุกโจมตีนองเลือดที่ห้องทดลองลึกลับ ที่ถูกขนานนามว่า อาร์ควันฯ โครงการมนุษย์ทดลองต้นแบบ อาร์ค วัน ณ ดาตั้ม พอยท์ ซึ่งโลกภายนอกเป็นสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยสำหรับเธอ แต่โชคดีที่เธอบังเอิญได้ผูกมิตรกับ คยองฮี และ แดกิล ผู้กลายเป็นเพื่อนรักของเธอ ในขณะที่พวกเขาเริ่มจะดื่มด่ำไปกับจังหวะที่ราบเรียบในชีวิต ธรรมดา ๆ ของพวกเขา กลุ่มมือสังหารอำมหิตหลายกลุ่มก็ได้ตามล่าหญิงสาวด้วยวัตถุประสงค์บางอย่างของพวกเขา

ซับไทย
ตัวเล่นหลัก

ตัวอย่าง

รีวิว / สปอยหนัง

The Witch: Part 2 – The Other One เป็นเรื่องราวของเด็กสาวได้ตื่นขึ้นมาอยู่ในห้องทดลองขนาดใหญ่ เธอได้พยายามหลบหนีออกมาจากที่นั่น ทำให้ได้มาพบกับ คยองฮี ที่พยายามปกป้องเธอจากแก๊งอาชญากร แต่เมื่อเด็กสาวต้องเผชิญหน้ากับพวกมันด้วยตัวเองนั่น เธอสามารถเอาชนะได้ด้วยพละกำลังที่มหาศาลอย่างน่าทึ่ง ในขณะเดียวกันก็มีคนอีกกลุ่มหนึ่งตามไล่ล่าเด็กคนนี้อยู่เช่นกัน เธอผู้นี้เป็นใคร? แล้วทำไมถึงมีใครอยากได้ตัวเด็กสาวผู้นี้กันมากนัก

เรียกได้ว่ากลับมาสานต่ออีกครั้ง ที่เห็นได้ชัดเจนเลยว่าเป็นความพยายามที่จะยกระดับและปลุกปั้นสร้างเป็นแฟรนไชส์หนัง The Witch ขึ้นมาประดับวงการหนังเกาหลี หลังจากที่ภาคแรกออกฉายไปเมื่อปี 2018 และถือว่าทำกระแสตอบรับออกมาได้ค่อนข้างน่าพอใจดี กลับมาในครั้งนี้ก็ถือเป็นการเล่าเรื่องในอีกส่วนที่ขยายออกไป และดำเนินเรื่องต่อเนื่องจากภาคก่อนที่ปูเอาไว้ แม้ว่าผลลัพธ์ของความพยายามนั้นจะยังออกมาได้ยังไม่สุดทางสักเท่าไหร่ก็ตาม

ผู้กำกับ “พัคฮุนจอง” จากภาคแรกยังคงกลับมาสานต่อเรื่องราวในพาร์ทนี้อีกครั้ง แน่นอนว่าเขารู้จักทิศทางและองค์ประกอบหลักของหนังเรื่องนี้เป็นอย่างดี ทำให้หนังยังสามารถคงคอนเซ็ปต์ดิบเถื่อนและโหดแบบไซไฟเอาไว้ได้ดีเช่นเดิม องค์ประกอบและดีไซน์งานสร้างต่าง ๆ ถือว่าถ่ายทอดออกมาได้ค่อนข้างดีตามมาตรฐานเดิมที่เขาเคยสร้างเอาไว้ ถึงจะต้องพูดตรง ๆ เลยว่ายังมีสิ่งที่ขาดหายไปในหนังภาคนี้ก็คือ เสน่ห์ของหนัง ที่ค่อนข้างขาดหายไปอย่างน่าเสียดาย

The Witch: Part 2 – The Other One ถือว่าเป็นการเล่าเรื่องอีกด้านที่เป็นส่วนต่อขยายจากภาคแรก มีจุดที่เชื่อมโยงต่าง ๆ เอาไว้พอประมาณ นับว่าการดำเนินเรื่องของภาคนี้เป็นไปตามสูตรสำเร็จแบบเดิม เหมือนหนังสำเร็จรูปทั่วไป ตลอด 2 ชั่วโมงของหนังไม่ค่อยบอกเล่ารายละเอียดเชิงลึกออกมามากเท่าไหร่นัก แต่ได้หยอดปมปริศนาทีละน้อยออกมาแบบไม่ตรงไปตรงมาเท่าไหร่ ให้ความรู้สึกเหมือนกับจะกั๊กเอาไว้ หากว่าจะทำหนังออกมาในภาคต่อไปในทำนองนั้น

โทนของหนัง แม่มดสังหาร 2 ภาคนี้นั้นเหมือนกับนั่งดูหนัง X-Men พวกมนุษย์กลายพันธุ์ของทางฝั่งฮอลลิวูด แต่ใส่ความหลอนฉบับเอเชียเข้าไปแทน บอกตรง ๆ หนังเรื่องนี้มีความคล้ายคลึงกับ The New Mutants (มิวแทนท์รุ่นใหม่) หนังมนุษย์กลายพันธุ์ที่เพิ่งจะออกฉายไปเมื่อไปนานนี้ (แต่ทำผลลัพธ์ได้น่าผิดหวัง) เพราะหนังมาในโทนนั้น เพียงแต่จังหวะค่อนข้างเงียบกว่า และค่อนข้างนิ่งเฉยมากไปสักหน่อย

แต่กระนั้นก็แสดงของ “ชินชิอา” นักแสดงสาวดาวรุ่งหน้าใหม่ ที่ถือว่าเดบิวต์งานแสดงจากหนังเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกของเธอ หลังผ่านการออดิชั่นคัดเลือกนักแสดงนับพันกว่าคนมาได้ แม้ว่าบทบาทของเธอในเรื่องนี้จะยังพูดได้ไม่ชัดว่าโดดเด่น เพราะบทยังไม่ค่อยส่งสักเท่าไหร่ ทั้งการแสดงผ่านท่าทางและอินเนอร์ต่าง ๆ นั้น ในหนังเรื่องนี้ก็ยังไม่ส่องไฟสปอตไลต์ไปหาเธอได้อย่างเด่นชัด แต่นับว่าการแสดงของเธอนั้นน่าสนใจอยู่ไม่น้อย

หนังยังมี 2 นักแสดงหญิงเจ้าบทบาทที่ใส่เข้ามาได้อย่างน่าสนใจ ทั้ง “พาร์คอึนบิน” และ “ซออึนซู” ที่ถือว่าเป็นคาแรกเตอร์สำเร็จที่จำเป็นต่อหนังเรื่องนี้ แม้ว่าพวกเธอจะเข้ามาเป็นเพียงองค์ประกอบเสริม และถือว่าเปิดตัวในภาคนี้ได้อย่างน่าสนใจไม่เบา แต่กระนั้นก็แอบเสียดายที่พบว่าหนังภาคนี้ลดสเกลความยิ่งใหญ่ลงไปจากภาคแรกอย่างเห็นได้ชัด เพราะอย่างน้อย ๆ ดาราก็ไม่ได้เนื่องแน่นเท่ากับภาคแรกที่เคยทำไว้

เผื่อบางคนสงสัยว่า ถ้าหากไม่เคยมีประสบการณ์ดู The Witch: Part 1 มาก่อนนั้น จะยังสามารถดูหนังเรื่องนี้รู้เรื่องหรือไม่ ก็จะตอบให้ได้ว่าคุณสามารถดู The Witch: Part 2 ได้รู้เรื่องอยู่ แต่อาจจะรู้สึกพื้นฐานขาด ๆ หาย ๆ ไปสักหน่อย เพราะภาคนี้ไม่ได้มีการปูพื้นเรื่องราวจากภาคที่แรกเอาไว้ให้ชัดเจนมากนัก อาจจะทำให้ยังไม่คุ้นเคยกับตัวละครเก่า ๆ ที่มาโผล่ในภาคนี้ แต่อย่างไรก็ตาม ก็ถือว่าภาคนี้ส่วนใหญ่จะเป็นการแนะนำตัวละครใหม่ ๆ เข้ามาสมทบมากกว่า

เอาเป็นว่าโดยภาพรวมนั้น The Witch: Part 2 – The Other One ก็ถือว่าเป็นหนังที่สานต่อและดำเนินเรื่องราวต่อเนื่องจากหนังภาคแรกที่ปูทางเอาไว้ แต่เพราะเป็นหนังที่ใช้สูตรสำเร็จรูปมาเกือบจะยกแผง ทำให้หนังภาคนี้ค่อนข้างขาดเสน่ห์ในหลาย ๆ องค์ประกอบไปอย่างน่าเสียดาย เนื้อหาของหนังน่าสนใจแต่กลับไม่สามารถทำให้กระตุ้นอารมณ์ผู้ชมได้ดีนัก กลายเป็นหนัง 2 ชั่วโมงที่ค่อนข้างแห้งผากไปสักหน่อย แต่ก็ยังมอบความสะใจและตื่นตาตื่นใจกับพลังอัศจรรย์และความโหดเลือดอาบที่ใส่เข้ามาแบบไม่มากไม่น้อย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *